เอกสารข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ LGBTI ในประเทศไทย
ตำแหน่งที่ยืน และก้าวต่อไป

ประเทศไทยคือสวรรค์สำหรับหญิงรักหญิง ชายรักชาย คนรักสองเพศ คนข้ามเพศ และคนที่มีลักษณะแสดงเพศทั้งสองเพศ (LGBTI) ดังที่กล่าวอ้างจริงหรือไม่ เมื่อพิจารณาความเป็นจริงที่คนกลุ่ม LGBTI นับล้านในประเทศต้องเผชิญในแง่การศึกษา การดูแลสุขภาพ ตลาดแรงงาน และการเคารพสิทธิ ซึ่งระบุไว้ในนโยบายระดับประเทศแล้ว จะเห็นว่าแม้มีความก้าวหน้าในหลายด้าน แต่ความท้าทายที่สำคัญหลายประการยังไม่ได้รับการแก้ไข 

สิทธิที่เกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศได้รับการคุ้มครองเพียงใดในกฎหมายและนโยบายของประเทศไทย

ความก้าวหน้าทางกฎหมายในช่วงที่ผ่านมาอาจช่วยสร้างความหวังในระดับหนึ่ง แต่ความท้าทายยังไม่หมดไป ด้านล่างนี้คือข้อมูลโดยสังเขป

  • พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ: พระราชบัญญัติฉบับนี้ที่เพิ่งมีการลงมติผ่านร่างกฎหมาย ถือเป็นกฎหมายไทยฉบับแรกที่ระบุว่าปัจเจกบุคคลสามารถมีเพศเป็นชาย หญิง หรือ “คนที่มีการแสดงออกทางเพศต่างไปจากเพศกำเนิด” แต่ความเท่าเทียมยังไม่ได้มีผลบังคับครอบคลุม ทั้งในด้านการศึกษาและการนับถือศาสนา
  • ร่างรัฐธรรมนูญ: แม้จะยังไม่มีการประกาศใช้ แต่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็มีการกล่าวถึงความหลากหลายทางเพศ ในปัจจุบันบุคคลที่เป็นคนข้ามเพศไม่สามารถแก้ไขคำนำหน้านามในเอกสารแสดงตนได้
  • พระราชบัญญัติคู่ชีวิต: ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณา จะให้สิทธิบางอย่างที่คู่รักต่างเพศได้รับ ต่อคู่รักที่เป็นเพศเดียวกัน แต่จะเพิ่มอายุที่อยู่ในเกณฑ์สมรสได้จาก 17 ปี เป็น 20 ปี และยังไม่ระบุสิทธิในการรับบุตรบุญธรรม
  • การยังไม่มีความคุ้มครองอาชญากรรมที่มาจากความเกลียดชัง: กฎหมายต่อต้านการเลือกปฏิบัติของประเทศไทยไม่ได้ระบุถึงประเด็นเรื่องวิถีทางเพศ อัตลักษณ์และการแสดงออกทางเพศ

นักเรียนกลุ่ม  LGBTI ต้องเผชิญความท้าทายใดบ้างในระบบการศึกษาของประเทศไทย

ประเด็นเกี่ยวกับ LGBTI มักไม่ได้ถูกกล่าวไว้ในหลักสูตรการเรียนการสอนระดับประเทศ ส่งผลให้บรรยากาศการเรียนที่มีอุปสรรคอยู่แล้วยิ่งเลวร้ายขึ้นไปอีก โดยมักเกิดการรังแกและการกีดกันทางสังคม

  • การรังแกเนื่องจากความเกลียดกลัวคนรักเพศเดียวกัน: จากการศึกษาโดยองค์การยูเนสโก มหาวิทยาลัยมหิดล และ Plan International เยาวชนเกือบ 6 ใน 10 คนเคยถูกรังแกเพราะวิถีทางเพศ/อัตลักษณ์ทางเพศภาวะของตน และ 4 ใน 10 คน เคยถูกคุกคามในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเนื่องจากถูกมองว่าเป็น LGBT
  • มีโอกาสฆ่าตัวตาย: นอกจากการรังแกจะส่งผลเสียที่รุนแรงต่อผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาแล้ว เยาวชน LGBT ที่ได้รับความทรมานเหล่านี้ยังมีโอกาสพยายามฆ่าตัวตายสูงกว่าเยาวชนทั่วไปถึง 7 เท่า
  • เครื่องแบบนักเรียน: ในโรงเรียนส่วนใหญ่ของประเทศไทย นักเรียนต้องสวมใส่เครื่องแบบนักเรียนตามเพศที่ระบุในเอกสารประจำตัวตามกฎหมาย ซึ่งไม่เสริมบรรยากาศแห่งการเรียนรู้และไม่สร้างความตระหนักต่อความหลากหลายทางเพศ
  • สื่อการเรียน: มีรายงานมากมายเกี่ยวกับการให้ภาพ LGBT ในแง่ลบในสื่อการเรียนการสอน โดยมองว่าเป็นบุคคลที่มีความเบี่ยงเบน

ข้อกังวลหลักด้านสุขภาพของชุมชน LGBTI ในประเทศไทยมีอะไรบ้าง

อัตราความเสี่ยงในการรับเชื้อเอชไอวีที่สูง และอคติที่มีในระบบสุขภาพทำให้จำเป็นต้องมีมาตรการเชิงรุกในแง่การศึกษาและนโยบาย 

  • บริการด้านสุขภาพที่ไม่เพียงพอสำหรับคนข้ามเพศ: การขาดบริการด้านสุขภาพที่เฉพาะเจาะจงและมีความเข้าใจละเอียดอ่อนสำหรับหญิงข้ามเพศแสดงให้เห็นว่า แม้ประเทศไทยจะเป็นผู้นำระดับโลกด้านการผ่าตัดแปลงเพศจากชายเป็นหญิง แต่การผ่าตัดแปลงเพศจากหญิงเป็นชายและการดูแลติดตามผลยังไม่สามารถเข้าถึงได้ง่ายหรือมีความก้าวหน้าที่เท่าเทียม
  • การเลือกปฏิบัติในระบบสุขภาพ: ตัวตนทางกฎหมายและตัวตนที่ปรากฎไม่ตรงกัน ทำให้คนข้ามเพศถูกเลือกปฏิบัติในโรงพยาบาลของรัฐหลายแห่ง คนกลุ่มนี้จึงนิยมที่จะใช้สถานบริการสุขภาพของเอกชนมากกว่า แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่ามาก
  • การส่งต่อเชื้อเอชไอวีในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย: การส่งต่อเชื้อเอชไอวีมีสูงขึ้นเรื่อยๆ ในกลุ่มของชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย โดยเฉพาะในเขตเมืองของประเทศไทย ชายหนุ่มมีโอกาสรับเชื้อเอชไอวีสูงสุด โดยอัตราการรับเชื้อในกลุ่มคนที่มีอายุต่ำกว่า 25 ปี คือ 5.3%
  • เชื้อเอชไอวีในกลุ่มคนข้ามเพศ: การศึกษาชิ้นหนึ่งเมื่อเร็วๆ นี้พบว่ามีอัตราการรับเชื้อเอชไอวีในระดับสูงในกลุ่มหญิงข้ามเพศทั่วโลก และประเมินว่าอัตราการรับเชื้อในประเทศไทยในทุกกลุ่มอายุอยู่ที่ 12.5%
  • ข้อจำกัดในแง่แผนงาน: แผนงานด้านสิทธิสำหรับ LGBTI ในส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องเอชไอวี ยังได้รับการสนับสนุนเชิงงบประมาณที่น้อย

ชุมชน LGBTI ในประเทศไทยต้องเผชิญอุปสรรคในการทำงานอะไรบ้าง

สำหรับ LGBTI ในประเทศไทย ที่ทำงานมักเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยการเลือกปฏิบัติและไม่มีการปกป้องสิทธิที่เพียงพอ

  • การเลือกปฏิบัติที่ไม่มีการตรวจสอบ: พนักงานที่เป็น LGBT มีความเสี่ยงอย่างมากที่จะถูกเลือกปฏิบัติในที่ทำงาน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนโยบายด้านแรงงานของประเทศไทยขาดมาตรการคุ้มครองที่เพียงพอในการปกป้องคนกลุ่มนี้
  • การกีดกัน: หญิงข้ามเพศเละทอมมักถูกกีดกันออกจากตำแหน่งงานกระแสหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาครัฐ บางคนถูกปฏิเสธงานทันทีที่พบว่าเพศทางกฎหมายแตกต่างจากตัวตนและการแสดงออกทางเพศที่ปรากฎจริง
  • การขาดการยอมรับในแง่ความสัมพันธ์: คู่รักเพศเดียวกันมีสถานภาพที่ไม่เท่าเทียมในการเข้าถึงบริการทางสังคม การประกันชีวิตของคู่รัก และอื่นๆ (พระราชบัญญัติคู่ชีวิตอาจจะช่วยแก้ไขสถานการณ์นี้ได้)
  • ความก้าวหน้า: กฎระเบียบของคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ พ.ศ. 2555 ที่ประกาศภายใต้การแก้ไขพระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมในปี 2550 พิจารณาว่า “บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ” ในประชากรกลุ่มเป้าหมาย 13 กลุ่ม “เผชิญความยากลำบาก” (เสียเปรียบ หรือถูกเลือกปฏิบัติ) และจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือพิเศษเพื่อให้สามารถเข้าถึงบริการทางสังคม

เกี่ยวกับ IDAHOT 2015 

วันสากลยุติความเกลียดกลัวคนรักเพศเดียวกัน คนข้ามเพศ และคนรักสองเพศ (IDAHOT) ปีนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม โดยทั่วโลกจะร่วมกันเฉลิมฉลองวันนี้ในฐานะที่เป็นโอกาสสำคัญของการส่งเสริมสิทธิของคนที่มีความหลากหลายทางเพศและการต่อต้านการเลือกปฏิบัติ

ศูนย์กลางของการเฉลิมฉลอง IDAHOT 2015 ในประเทศไทยคือการฉายไฟสีรุ้งบนผนังด้านหน้าอาคารหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ระหว่างวันที่ 12-19 พฤษภาคม นอกจากนี้ ปีนี้ยังเป็นปีสากลแห่งแสง ทุกท่านสามารถเข้าร่วมงานที่ลานด้านหน้า BACC ในวัน IDAHOT ซึ่งปีนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ที่จะจัดที่ BACC ตลอดทั้งสัปดาห์ เช่น การฉายภาพยนตร์ การเสวนา และกิจกรรมอื่นๆ ในประเด็นเกี่ยวกับหญิงรักหญิง ชายรักชาย คนรักสองเพศ คนข้ามเพศ และคนที่มีลักษณะแสดงเพศทั้งสองเพศ (LGBTI) และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเยาวชนที่มีความหลากหลายทางเพศในประเทศไทย

ขอขอบคุณเพื่อนร่วมงานในส่วนการฉายแสงไฟเป็นอย่างยิ่ง สำหรับงานออกแบบแสงสี อุปกรณ์ การติดตั้ง และการใช้สถานที่

แหล่งข้อมูล 

การติดต่อ 

สำหรับข้อมูลสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ เปรมปรีดา ปราโมช ณ อยุธยา เบอร์โทร 02 391 0577 ต่อ 116 หรืออีเมล์ p.pramoj@unesco.org